เริ่มปฐมบทแห่งเรื่องราวปลากัดป่า

วิถีชีวิตของปลากัดยอดนักสู้จากภูมิปัญญาและการละเล่นของชาวบ้าน จนกลายมาเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรม

วันนี้จะพามารู้จัก ปลากัดป่าตะวันออก หรือ ปลากัดลูกทุ่งภาคตะวันออก ที่ถูกขนานนามว่าเป็นต้นกำเนิดตำนานปลากัดที่โด่งดังอย่าง “ปลากัดหม้อแปดริ้ว” ด้วยลักษณะที่ดำสนิท ความดุก้าวร้าว และลีลาชั้นเชิงอันยอดเยี่ยมปราดเปรียวและว่องใว เป็นไปได้ว่าปลากัดลูกทุ่งภาคตะวันออกน่าจะเป็นต้นกำเนิดถูกนำมาพัฒนาเป็นปลากัดเก่งแห่งเมืองแปดริ้วหรือที่เรียกกันติดปากว่า “ปลากัดหม้อแปดริ้ว”


ที่ต้องเกริ่นถึงเรื่องปลากัดหม้อและเรื่องการกัดปลานั้น มันคือการเล่าย้อนไปถึงจุดเริ่มต้นก่อนที่ปลากัดจะได้รับความนิยม และนำมาเลี้ยงพัฒนาเพื่อความสวยงาน จนกระทั่งมีการประกวดความสวยงามอย่างแพร่หลายในปัจจุบัน ซึ่งสมัยก่อนในพื้นที่จังหวัดฉะเชิงเทรา แถบพื้นที่อำเภอราชสาส์นยาวไปตลอดจนถึงพนมสารคามและบางคล้า วิถีชีวิตของชาวบ้านแถวนั้นที่ผมได้สัมผัสมาตั้งแต่เล็กจนโต นอกจากทำนา เลี้ยงวัว แล้ว การเลี้ยงไก่ชน และปลากัด ก็ถือเป็นงานอดิเรกที่นิยมแพร่หลายในทุกๆครัวเรือน ซึ่งหลังจากการเก็บเกี่ยวทำนา การละเล่นที่ชาวบ้านต่างให้ความสนใจก็คือ การกัดปลา และวิถีชีวิตแนวทางของคนแถบนี้ จะนิยมกัดปลาลูกทุ่ง เพราะกัดไว รู้ผลเร็ว ปลากัดเหล่านี้จะไปช้อนมาจากคูน้ำคลองหลอดข้างคันนา ซึ่งมีอยู่แทบจะทุกๆที่ที่มีน้ำ สมัยก่อนตอนที่ชาวบ้านยังคงวิถีเกษตร ผมนั้นได้เดินไปหาปลากัดลูกทุ่งเหล่านี้ได้จากรอยตีนวัวควายที่ไปกินน้ำซึ่งพอน้ำท่วมขึ้นมาปลาก็ไหลมาหาที่หาทางก่อหวอดสร้างรังพอน้ำเริ่มแห้งปลาเหล่านี้ก็ยังอยู่ในรอยตีนวัวควายที่เหยียบย่ำจนเป็นหลุมลึกบ้างก็ก่อหวอดเต็มอยู่เป็นคู่ บ้างก็อยู่ตัวเดียว แต่ปลาที่ช้อนขึ้นมาด้วยมือจากหวอดนั้นเป็นกลับเป็นปลารุ่นๆที่โตเพียงพอจะนำไปกัดได้ บ้างก็เป็นปลาค้างปีตัวใหญ่มหึมา ซึ่งเอกลักษณ์ที่อยู่ในความทรงจำของผมยาวนานคือ เนื้อตัวที่ดำเมี่ยมประดับด้วยเกล็ดที่เรียกได้ว่าเขียวปี๋หางและครีบแดงสดดุจสีเลือด ซึ่งก็นับว่าแปลกกว่าปลาที่ใดๆซึ่งบ้านที่ผมพักอาศัยอยู่ย่านชานเมืองกรุงเทพ แถบดอนเมือง ก็มีเล่นปลากัดแต่จะเป็นปลากัดหม้อซะส่วนใหญ่ เพียงมีแต่ผมและเพื่อนกลุ่มนึงที่ยังเลี้ยงปลากัดป่า ซึ่งย้อนไปสมัยนั้นก็ยี่สิบกว่าปี ปลากัดลูกทุ่งที่ผมช้อนมาจากหวอดในรอยตีนวัวควายก็มีลักษณะที่แตกต่างอย่างสิ้นเชิงที่ดอนเมืองจะเป็นปลากัดตัวเล็กๆสีซีดๆจืดๆ ออกแดงระเรื่อไม่ได้มีเกล็ดเขียวมากมายอีกทั้งนิสัยใจคอก็ต่างกันโดยสิ้นเชิงไม่ได้ดุร้ายก้าวร้าวเท่ากับลูกทุ่งตะวันออก นั่นก็คือสิ่งที่ผมก็ได้แต่ตั้งข้อสงสัย ว่าทำไม splendens เหมือนๆกันแต่มีลักษณะแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง จนกระทั่งมาถึงปีพศ.2556 ปลากัดลูกทุ่งตะวันออกบ้านผมที่คุ้นเคยมาตั้งแต่เล็กได้ถูกขึ้นทะเบียนกำหนดให้เป็นปลาชนิดใหม่ของโลก โดยมีนามว่า ปลากัดป่าภาคตะวันออก betta siamorientalis ซึ่งหมายถึงตะวันออกแห่งประเทศสยามนั่นเอง
โดยจำแนกลักษณะทางด้านกายภาพไว้พอสังเขป ดังนี้
ส่วนหัว: เป็นเขม่า แก้มมีจุดหรือขีดสีแดงหรือไม่มีเลย
เกล็ด: มีเม็ดสีเขียวถึงฟ้าขึ้นบนเกล็ดเล็กน้อย เมื่อเวลาปลาเข้าสี ผิวหนังจะเข้มเป็นสีดำทำให้ดูเม็ดสีบนเกล็ดที่มีน้อยประกายแวววาวขึ้นเด่นชัดการเรียงตัวเม็ดสีของเกล็ดอาจมีขึ้นประปรายหรือขึ้นเสมอกันตลอดทั้งตัว แล้วแต่ลักษณะความเฉพาะตัวของพื้นแหล่งนั้นๆ
ครีบก้นหรือชายน้ำ: พื้นเนื้อและก้านครีบเป็นสีแดงเข้มออกดำ มีเส้นสีเขียวถึงฟ้าแวววาวขึ้นแซมเป็นเส้นระหว่างก้านครีบของแต่ละเส้น(เส้นสีเขียวหรือฟ้านี้จะขึ้นระหว่างปลายก้านจนถึงโคนก้านหรือไม่ถึงก็ได้ขึ้นอยู่กับความสวยงามของแต่ละแหล่งนั้นๆ) ส่วนท้ายๆของปลายชายน้ำจะเป็นสีแดงสดทั้งหมดเรียกว่าหยดน้ำ
ครีบท้องหรือตะเกียบ: ยาวเรียว มีสีแดงขอบดำ ปลายตะเกียบมีสีขาว
ครีบหาง: ส่วนมากเป็นทรงกลมและทรงพัด ส่วนรูปทรงใบโพธิ์สามารถพบได้บ้าง พื้นโคนหางและโคนเส้นก้านครีบเป็นสีแดงเข้มออกดำ มีบริเวณปลายครีบและก้านแตกสองเป็นสีแดงสด และมีเส้นแทบสีเขียวหรือฟ้าวิ่งแซมกลางระหว่างก้านครีบหางโดยส่วนใหญ่เส้นนี้จะวิ่งจากโคนแต่ไม่ถึงสุดปลายหาง มองครีบหางราวกับมี“วงพระจันทร์แดง”หรือ “หางพระจันทร์เสี้ยว”อยู่ที่ปลายหาง
ที่คือลักษณะที่กล่าวไว้คร่าวๆซึ่งแหล่งที่มาก็จะเป็นจากกลุ่มคนรักปลากัดป่าหรือปลากัดลูกทุ่งที่ช่วยกันนิยามขึ้นมา
ซึ่งไม่เพียงแต่พบในจังหวัดฉะเชิงเทราเท่านั้นแหล่งที่สำรวจพบเจอในต่างประเทศก็พบตั่งแต่ตอนใต้ของประเทศเวียดนาม มายังแถบตะวันตกของประเทศกัมพูชาและมาสิ้นสุดที่4จังหวัดภาคตะวันออกของประเทศไทย(สระแก้ว ปราจีนบุรี ฉะเชิงเทราและบางอำเภอของจังหวัดชลบุรี)
ที่กล่าวมาทั้งหมดนี้เป็นเพียงส่วนหนึ่งที่เป็นที่มาและข้อมูลของปลากัดลูกทุ่งภาคตะวันออก  เป็นปฐมบทแห่งเรื่องราวปลากัดป่าในชีวิตของผมที่เกิดมาจากวิถีชีวิตและความผูกพันที่สืบต่อกันมา และเป็นจุดเริ่มต้นของการผจญภัยในการค้นหาและศึกษาอย่างจริงจังเลยก็ว่าได้





View all ...